สืบสวน ภาค 5 จับผู้ต้องหาขบวนการแชร์รถเช่าหลังเดินสายหลอกคนดาวน์รถ อ้างร่วมทำธุรกิจปล่อยเช่า ก่อนให้ลูกน้องทำที่มาเช่ารถเอารถไป แล้วเชิดไปจำนำรถเอาเงินเข้ากระเป๋า มีผู้เสียหายสูยเงินกว่า 30 ล้าน
พล.ต.ต.ปชา รัตนพันธ์ รอง ผบช.ภ.5 แถลงข่าวการจับกุมนายพิรพัฒน์ หรือเฮียหวิน พุฒินาถสุวรรณ อายุ 51 ปี และ นายทศพล หรือเอก จันทร์ทอง อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาในคดีร่วมกับพวกหลอกลวงให้ประชาชนเข้าร่วมธุรกิจแชร์รถเช่า จนมีผู้ได้รับความเสียหายคิดเป็นมูลค่าร่วม 30 ล้านบาท
สืบเนื่องจากเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ตำรวจภูธรภาค 5 ได้รับการร้องเรียนจากผู้เสียหายกว่า 20 ราย ว่าได้รับการชักชวนจากห้างหุ้นส่วนจำกัดลานนากรุ๊ป 99 ซึ่งมี นายพิรพัฒน์เป็นผู้ดำเนินกิจการ ให้ดาวน์รถยนต์จากบริษัทหลายแห่งเพื่อนำมาให้บริษัทปล่อยเช่า โดยทางบริษัทอ้างว่าผู้ร่วมลงทุนจะได้รับผลตอบแทน และไม่ต้องจ่ายค่าผ่อนชำระรถยนต์ ทำให้มีผู้หลงเชื่อดาวน์รถจากบริษัทต่างๆ จำนวนกว่า 50 คัน
แต่ภายหลังปรากฏว่านายพิรพัฒน์ได้วางแผนให้ลูกน้องมาทำทีเป็นเช่ารถ แต่กลับนำรถที่เช่าไปจำนำกับร้านจำหน่ายรถยนต์มือสอง ทั้งใน จ.เชียงใหม่ และ จ.ลำปาง แล้วเข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจว่ารถได้มีการถูกโจรกรรมไป
จากนั้นนายพิรพัฒน์จะทำทีเป็นเข้าเจรจากับเจ้าของร้านจำหน่ายรถยนต์มือสอง โดยขอให้ทางร้านคืนรถเพื่อแลกกับการไม่ดำเนินคดี ซึ่งร้านหลายแห่งได้ยินยอมตกลง ทำให้ดูเหมือนว่านายพิรพัฒน์สามารถติดตามนำรถกลับมาคืนเจ้าของได้ ขณะที่ตัว นายพิรพัฒน์และเครือข่ายก็ได้รับผลประโยชน์จากเงินค่าดำเนินการจากผู้เสียหายอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวได้ถูกเปิดโปงขึ้นเนื่องจากทางร้านจำหน่ายรถยนต์มือสอง รวมทั้งนายทุนที่รับจำนำหลายแห่งเริ่มตั้งข้อสงสัยกับเหตุการณ์ดังกล่าว และทำการติดตั้งเครื่องส่งสัญญาณจีพีเอสไว้ในรถที่รับจำนำไว้ ทำให้ทราบว่าไม่มีการยักยอกรถเกิดขึ้นจริงแต่อย่างใด จึงได้รวมตัวกันแจ้งความดำเนินคดีต่อนายพิรพัฒน์และพวก โดยขณะนี้พบว่ามีรถของผู้เสียหายประมาณ 29 คันที่ยังไม่สามารถติดตามคืนมาได้ ซึ่งทั้งหมดได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีไว้แล้ว
ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังเชื่อว่าการหลอกลวงในลักษณะนี้น่าจะทำกันเป็นขบวนการใหญ่ และยังมีผู้ต้องหาทั้งที่ถูกออกหมายจับและถูกให้การซัดทอดอีกหลายราย จึงขอเตือนประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มข้าราชการวัยเกษียณ ผู้ที่มีเงินเก็บไว้เป็นจำนวนมาก และผู้ที่มีเครดิตดี ซึ่งเป็นเป้าหมายของขบวนการลักษณะนี้ โดยกลุ่มคนร้ายมักจะหลอกล่อให้เหยื่อสนใจด้วยการแจ้งว่าจะได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า ทำให้มีผู้เสียหายหลายรายหลงกล และยอมดาวน์รถเพื่อเข้าร่วมโครงการ แต่ในภายหลังกลับต้องมาผ่อนชำระค่ารถโดยที่รถถูกจำหน่ายหรือถูกยึดตามกฎหมายไปแล้ว ทั้งนี้หากไม่แน่ใจว่ารถที่ซื้อนั้นถูกต้องหรือไม่ สามารถปรึกษาตำรวจเสียก่อนเพื่อความแน่ใจ