เกสต์เฮ้าส์ใน ชม.บุกศาลากลางร้องพ่อเมือง หลังถูกภาครัฐใช้หลักนิติศาสตร์จับจนต้องปิดกิจการ
วันนี้ ( 7 มิ.ย. 61 ) เวลาประมาณ 13.30 นาฬิกา ที่ศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้มีผู้ประกอบการห้องพักรายย่อยหรือเกสต์เฮาส์ ประมาณ 200 คน โดยการนำของ นายวีรวิทย์ แสงจักร เดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียนและขอความเป็นธรรมต่อ นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมรายชื่อผู้ประกอบการกว่า 400 ราย ซึ่งในวันนี้ นายปวิน ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้มารับหนังสือร้องเรียนของผู้ประกอบกิจการห้องพักรายย่อยหรือเกสต์เฮาส์ โฮสเทลและโฮมสเตย์ ด้วยตนเอง
โดยเนื้อหาในหนังสือร้องเรียนและขอความเป็นธรรมทางนายวีรวิทย์ แสงจักร ตัวแทนผู้ประกอบการ ที่นำได้ยื่นต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อส่งถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีในกระทรวงที่เกี่ยวข้อง โดยนายวีรวิทย์ฯ กล่าวโดยสรุปว่า เนื่องจากปัจจุบันการท่องเที่ยวได้มีการขยายตัวเป็นอันมาก ประกอบกับรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศเพื่อให้ชาวต่างประเทศและชาวไทยได้เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น ทำให้พฤติกรรมในการใช้บริการของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาวต่างประเทศมีความหลากหลายซึ่งส่งผลให้ สิ่งอำนวยความสะดวกและการให้บริการพื้นฐานที่รองรับนักท่องเที่ยว ในบริเวณสถานที่หรือแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศ ต้องปรับตัวให้เกิดความหลากหลายของรับความต้องการของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะสถานบริการที่เป็นที่พักซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญและมีความสัมพันธ์โดยตรงต่อการท่องเที่ยว ได้เกิดพัฒนารูปแบบใหม่ๆเพื่อตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยว เช่น บ้านเช่าพักชั่วคราว ( Guest House ) ที่พักราคาประหยัด ( Hostel ) บ้านที่อยู่ในชุมชนชนบทหรือโฮมสเตย์ เป็นต้น แต่กฎหมายของรัฐที่ประกาศบังคับใช้ในปัจจุบันเช่น พระราชบัญญัติโรงแรมพ.ศ. 2547 พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 พระราชบัญญัติผังเมือง และกฎกระทรวง ที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติดังกล่าวเป็นต้น มีบทบัญญัติหรือข้อกำหนดบางประการที่ทำให้ผู้ประกอบกิจการที่พักดังกล่าวไม่สามารถดำเนินการได้ โดยปัจจุบันได้มีการบังคับใช้กฎหมายตามพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. 2547 ซึ่งเจ้าพนักงานได้ออกตรวจและจับกุมผู้ประกอบกิจการที่พักรายย่อยหรือเรียกว่าเกสเฮ้าส์และโฮสเทลในจังหวัดเชียงใหม่ จนทำให้ผู้ประกอบกิจการไม่สามารถประกอบกิจการได้ทั้งที่ยังอยู่ในช่วงระยะเวลาผ่อนผันให้มีการปรับปรุงแก้ไขตามกฎกระทรวงก่อนที่จะเกิดเหตุที่มีการจับกุมผู้ประกอบการรายย่อยนั้น กลุ่มผู้ประกอบการและทางเจ้าที่ฝ่ายรับ เคยมีการหาหรือมาแล้ว 3 ครั้ง แต่หาข้อสรุปที่ชัดเจนไม่ได้ แม้กระทั่ง ทางผู้ประกอบการเคยไปยื่นเเบบขอให้ทางหน่วยงานเทศบาลทำการอนุญาต แต่ก็ไม่ได้รับอนุญาตแต่อย่างใด
ซึ่งทางผู้ประกอบการ จึงตกเป็นผู้กระทำละเมิดต่อกฎหมายโดยไม่ได้ตั้งใจเพราะความไม่เข้าใจในข้อกฎหมายคิดว่าเสียภาษีโรงเรือนและภาษีสรรพากรอย่างถูกต้องแล้วก็พอแต่เมื่อมีกฎหมายประกาศบังคับใช้ก็ต้องการที่จะทำให้ถูกต้องตามกฎหมายแต่ก็ไม่สามารถดำเนินการได้เนื่องจากสาเหตุและปัญหาดังกล่าวข้างต้น กิจการประเภทนี้เป็นกิจการของคนไทยในท้องถิ่นและชุมชนผู้ประกอบกิจการส่วนมากเป็นชาวบ้านที่อยู่ในชุมชนคิดว่าทำมาหากินแบบสุจริต ประกอบกับการที่มีกิจการในชุมชนนี้เกิดขึ้นเนื่องจากพฤติกรรมการท่องเที่ยวได้เปลี่ยนแปลงไปวงเล็บเกิดขึ้นในต่างประเทศด้วยวงเล็บปิด ทำให้นักท่องเที่ยวมีความต้องการที่พักราคาถูกและมีที่ตั้งอยู่ใกล้แหล่งชุมชนแหล่งท่องเที่ยวหรือสถานีขนส่งโดยสารทั้งนี้เพื่อต้องการสัมผัสบรรยากาศความเป็นอยู่วิถีชีวิต และวัฒนธรรมของคนในท้องถิ่นแต่ละชุมชนหรือเพื่อความสะดวกในการเดินทาง ดังนั้นที่พักอาศัยประเภท เก็สต์เฮ้าส์ โฮสเทลหรือโฮมสเตย์อีกทางเลือกหนึ่งของนักท่องเที่ยวซึ่งไม่ต้องการพักในโรงแรมใหญ่ๆและยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศตามนโยบายของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและรัฐบาลซึ่งได้มีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวกับทราบและใช้บริการกิจการดังกล่าวจนทำให้เกิดการสร้างงานสร้างรายได้พัฒนาอาชีพคนในท้องถิ่นชุมชนและทำให้ธุรกิจเศรษฐกิจท้องถิ่นที่ขึ้นด้วย
ทางด้านผู้ประกอบกิจการขอให้ภาครัฐได้ศึกษาถึงความเป็นไปได้ในการที่จะให้กลุ่มผู้ประกอบกิจการได้ดำเนินกิจการต่อไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย จึงขอเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาด้วยการออกกฎหมายเพื่อบังคับใช้เกี่ยวกับการประกอบกิจการดังกล่าวเป็นการเฉพาะ ได้แก่ การออกกฎกระทรวงกำหนดให้สถานที่พักอาศัยประเภทเก็สต์เฮาส์ โฮสเทลหรือโฮมสเตย์ ไม่เป็นโรงแรม ออกกฎกระทรวงแก้ไขการบังคับใช้ผังเมืองรวมให้มีความสอดคล้องกับการประกอบธุรกิจโรงแรมแก็สต์เฮาส์ โฮสเทลหรือโฮมสเตย์ที่มีการสร้างอาคารมาก่อนแล้ว
เนื่องจากปัจจุบันนี้ทางผู้ประกอบการได้รับผลกระทบกันอย่างมาก และเป็นวงกว้าง เพราะจะไม่มีนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักอาศัย ประเภท Guesthouse Hostel หรือโฮมสเตย์ เข้าพักอาศัยและท่องเที่ยวในประเทศของเราอีก เพราะว่านักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เขาไม่ต้องการที่พักแบบโรงแรมใหญ่ๆอาจทำให้นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ห้ามไปเที่ยวที่ประเทศอื่นที่มีที่พักประเภทดังกล่าวบริการแทน และจะทำให้เศรษฐกิจของประเทศไทยตกต่ำเกิดคนว่างงานจำนวนหลายแสนคนพนักงานและครอบครัวจะไม่มีรายได้มาเลี้ยงชีพรวมถึงผู้ประกอบกิจการด้วย นอกจากนี้ยังเกิดผลกระทบต่อธุรกิจรอบข้างเช่นร้านอาหารร้านนวดร้านซักอบรีดร้านทำผมร้านอาหารข้างทางธุรกิจรถเช่าทัวร์ ถนนคนเดินสายการบินและธุรกิจอื่นอื่นอีกมากมาย รวมถึงระบบการเงินการธนาคารเพราะผู้ประกอบการบางรายได้กู้ยืมจากสถาบันการเงินและไม่มีเงินส่งคืนให้แก่สถาบันการเงินเนื่องจากไม่มีนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เข้ามาเที่ยวเมืองไทยของเรา
ทางด้านนายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ได้รับทราบถึงปัญหาของพี่น้องประชาชนผู้ประกอบการห้องพักรายย่อยหรือเก็สต์เฮ้าส์ โฮสเทและโฮมสเตย์ แล้ว ขอเรียนว่า การที่จะมีการบังคับใช้กฎหมายตามพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ.2547 นั้น แต่เดิมทางท้องถิ่นได้ออกใบอนุญาตประกอบกิจการหอพัก ห้องพัก เก็สต์เฮ้าส์ต่างๆ ให้ก่อนที่จะบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งภายหลังสถานการณ์ของโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับที่พักทางรัฐบาลจึงออกมาตรการดูแลการท่องเที่ยวในด้านที่พักด้วย ทำให้เกิดการจับกุมผู้ประกอบกิจการห้องพักรายย่อยขึ้นมา ซึ่งทางจังหวัดได้รับเรื่องร้องเรียนและขอความเป็นธรรมในครั้งนี้จะดำเนินการส่งหนังสือและบัญชีรายชื่อผู้ประกอบการทั้งหมดที่มอบในวันนี้ให้ทางท่านนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีแต่ละกระทรวงที่เกี่ยวข้องต่อไป.